“เดอะ ทอยส์”ขอบคุณทุกการตอบรับ ย้ำความสำเร็จไม่ทำให้ตัวตนเปลี่ยน

“เดอะ ทอยส์”ขอบคุณทุกการตอบรับ ย้ำความสำเร็จไม่ทำให้ตัวตนเปลี่ยน
“เดอะ ทอยส์” ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ที่ชื่อว่า “TOY” (ทอย) และ “04.00” (ตีสี่) ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังอีกครั้ง วันนี้ “ฮันนี่บี” จึงนัดแนะหนุ่มคนนี้มาพูดคุยถึงชีวิต ณ ปัจจุบัน
เสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 07.06 น.

เมื่อปีที่แล้วชื่อของ “ธันวา บุญสูงเนิน” หรือ “เดอะ ทอยส์” (The TOYS) วัย 22 ปี ศิลปินสังกัดค่าย วอท เดอะ ดัค เจ้าของเพลงฮิต “หน้าหนาวที่แล้ว” และ “ก่อนฤดูฝน” ถูกค้นหาว่าเขาคือใคร ทำไมมีผลงานเพลงโดนใจคนฟัง ฮิตบนหน้าปัดวิทยุ รวมทั้งสตรีมมิ่งถล่มทลาย พี่ ๆ ในวงการดนตรีหลายคนยกให้เขาคือศิลปินรุ่นใหม่ที่มาพร้อมความสามารถเกินอายุน่าจับตามอง ล่าสุด “เดอะ ทอยส์” ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ที่ชื่อว่า “TOY” (ทอย) และ “04.00” (ตีสี่) ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังอีกครั้ง วันนี้ “ฮันนี่บี” จึงนัดแนะหนุ่มคนนี้มาพูดคุยถึงชีวิต ณ ปัจจุบันเมื่อก้าวเข้าสู่คำว่า ศิลปินซึ่งมาพร้อมชื่อเสียง เงินทอง และความคาดหวังจากผู้ฟัง มีผลทำให้ชีวิตในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์เลยค่า

ปีที่แล้วถูกพูดถึงมากว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่มากความสามารถรู้สึกยังไงบ้าง?

“ผมรู้สึกมันดีมากเลยนะครับ บอกความรู้สึกไม่ถูกจริง ๆ ผมแค่คนชอบทำเพลง ไม่ได้คิดจะเป็นนักร้องหรือศิลปินเลย ไม่รู้ว่าพลังของเพลงมันทำให้คนมารู้จักหรือเจอเราได้ไง แต่ผมรู้ว่าสิ่งนี้ที่เกิดขึ้นนั้นมันมหัศจรรย์มาก งานถูกถ่ายทอดออกไปแล้วมีคนรับรู้และชื่นชอบเป็นอะไรที่ดีใจมากแล้วสำหรับผม ไม่ได้คาดหวังอะไรนอกจากชิ้นงาน ผมเป็นคนทำเพลงคนเดียว หมายความว่าเรียบเรียง เนื้อร้อง ทำนอง มาสเตอร์ริ่ง ทุกอย่างมันจบแล้วตั้งแต่ผลงานเสร็จสมบูรณ์ในส่วนของผม แต่เรื่องกระแสตอบรับ ยอดวิว ไม่ใช่ผลงานของผมแต่เป็นผลงานของแฟนเพลงทุกคนที่เข้ามาชมมากกว่า”

คิดไหมว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จขนาดนี้?

“ไม่คิดเลย ผมไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรถึงชอบงานของผม รู้แต่ดีใจเพราะเกินความคาดหมาย ในแง่ของการใช้ชีวิต ผมไม่รู้เรามีชื่อเสียงยังไง แต่ยังเป็นตัวเองไม่มีอะไรเปลี่ยน ไม่ได้คาดหวังจะมาเป็นศิลปิน ไม่รู้ระบบวิธีการรับมือว่าศิลปินเขาเป็นยังไง จนมายืนอยู่ตรงนี้ แนวคิด ทัศนคติเราเปลี่ยน จากมิวสิกโปรดิวเซอร์ สนใจแค่เพลง ไม่ได้สนใจเชื่อมต่อกับผู้คนมาก่อน จนมีแฟนเพลงทุกคนเหมือนทีมของผม จะทำเพลงขึ้นมาฟังคนเดียวคงมีความสุขแค่ตัวเรา พอทุกคนเข้ามาเพลงที่ผมทำคนเดียวในห้องก็มีค่า ผมไม่ต้องไปหาคำตอบว่าแล้วว่าศิลปิน ดารา คนอื่นทำกันยังไง เราก็เป็นตัวเรา โดยที่มีคนให้กำลังใจผมมีความสุขมากครับ”

วิธีการทำงานในแบบของทอยส์เป็นยังไง?

“มันมาเองครับ(ยิ้ม) บางทีอย่าไปพยายามคิดมาก พอไม่ตั้งใจแค่มองสิ่งของก็คิดออกเอง ผมซึมซับดนตรีจากครอบครัวที่เป็นนักร้องนักดนตรีโดยไม่รู้ตัว แต่ครอบครัวก็ไม่ได้สนับสนุน ไม่ใช่วงการไม่ดี แต่เขารู้ว่ามันมีเวลาของมัน แต่เราชอบไปแล้ว ไม่ใช่อยากเป็นนักร้อง แต่การทำงานเพลงของผมคือการทดลอง บางคนเข้าใจว่าผมทำอะไรแปลกใหม่ในเพลง เป็นเรื่องของมาร์เก็ตติ้งพยายามให้คนสนใจ แต่ไม่ใช่เลย ผมแค่อยากทดลอง อาจเพราะบ้านเราศิลปินไม่ค่อยมีแนวผสมผสาน ผมเปรียบการทำเพลงของผมเหมือนศิลปินที่วาดรูป เราไม่มองหรอกว่าวาดรูปเสร็จต้องเอาไปขาย เราแค่จะวาดรูปจะไปต่อยังไงก็ขึ้นอยู่กับคนเห็น เราไม่อยากเป็นเพลงแมสของตลาด เราอยากทำเพลงที่อยากทำ”      

หลายคนมองเราจีเนียส เรามองตัวเองเป็นคนมีพรสวรรค์ไหม?

“ผมว่าเป็นพรแสวงมากกว่า เจอสิ่งที่เราชอบเร็วเราก็เดินหน้าทำพิสูจน์ให้เห็นว่าด้วยความพยายาม เราเล่นดนตรีได้หลายชนิด มัธยมซ้อมดนตรีกับเพื่อนในห้องอัดทำให้เจอพี่ ๆ โปรดิวเซอร์ให้โอกาสผมเป็นมิวสิกโปรดิวเซอร์ของศิลปิน และการร้องเพลงเกิดขึ้นตอนอายุ 19 ปี จะมีโปรเจคท์กับค่ายหนึ่ง ผมเอาเพลงในสต๊อกไปเสนอ เพลงนั้นคือ “หน้าหนาวที่แล้ว” ที่ผมชอบ ฟังไป 30 วินาทีก็ปิด บอกเพลงแบบนี้ให้ใครร้องก็ไม่ดัง เสียใจมากกลับบ้านมาร้องเอง เพราะให้ใครร้องก็ไม่ตรงกับที่อยากได้แล้วโหลดลงยูทูบคนฟังไม่ถึง 100 วิว ผ่านไปเป็นปีนั่งแท็กซี่ได้ยินเพลงตัวเองในวิทยุ เพลงถูกเปิดเรื่อย ๆ ตามคลื่นวิทยุ หลายค่ายเข้ามาคุยผมชอบทุกค่าย แต่เลือก “วอท เดอะ ดัค” เพราะแนวคิดแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ขีดเส้นให้ศิลปินเป็นครับ”

หลายคนบอกยิ่งสูงยิ่งหนาวแอบกดดันบ้างหรือเปล่า?

“ผมไม่กดดันเลยนะ เพราะไม่เข้าใจว่าประสบความสำเร็จในแบบที่คนมองเป็นยังไง มันจบตั้งแต่ทำเพลงเสร็จแล้ว ไม่ใช่ชื่อเสียง เงินทอง งานที่ออกมามากกว่าเป็นตัวบอกที่ดี ในการทำงาน ตอนนี้ผมไม่มีอีโก้มากขึ้นหรือน้อยลง เพราะผมมั่นใจในการทำงานของตัวเอง ถามว่าจะรู้ได้ยังไงว่าดีที่สุด สำหรับคนอื่นผมไม่แน่ใจ แต่มันดีที่สุดสำหรับผมแล้ว ทุกวันนี้ยังใช้ชีวิตปกติไม่ต้องห่วงเลย และยังขี้อายเหมือนเดิมนะ(ยิ้ม)”

คุณแม่รู้สึกยังไงกับเส้นทางดนตรีของเรา?

“บ้านผมไม่ใช่แนวนั่งชื่นชมกัน อย่างที่บอกว่าเขาไม่ได้สนับสนุน เพราะแม่รู้ว่าผมเป็นคนยังไง ผมไม่ใช่เอ็นเตอร์เทนเนอร์สร้างความสนุก ผมพูดไม่เก่งสื่อสารผ่านเพลงเป็นหลัก เขาเลยบอกว่าอย่าไปทำเลยเพลงกลัวเราไม่ประสบความสำเร็จแล้วเราจะเสียใจ แต่จริง ๆ ผมไม่รู้จะกลัวไม่สำเร็จไปเพื่ออะไร ในเมื่อความสุขของผมเริ่มต้นตั้งแต่ผมได้ทำเพลงออกมาแล้ว”

ปีนี้มีซิงเกิ้ลให้ฟังสองเพลงเล่าให้ฟังหน่อย?

“ใช่ครับ มีเพลง “ทอย” (Toy) แนวดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ-ร็อก ถ้าพูดถึง R&B ก็จะฟังนุ่ม ๆ สบาย ๆ แต่ผมอยากให้อาร์แอนด์บีผสมร็อกเลยทดลองจนออกมาเป็นเพลงนี้ เนื้อหาเกิดจากตอนผมส่องกระจกดูตัวเองแล้วยืนคิดว่าทำไมผมยุ่งจัง แต่จะหวีก็คงไม่ใช่ สักพักในหัวได้เนื้อเพลงมา (หัวเราะ) ส่วนซิงเกิ้ลที่สองชื่อเพลง “04.00” แนวดนตรีแบบอาร์แอนด์บี-โซล เนื้อหาจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง วันนั้นนอนหลับแต่ไปสะดุ้งตื่นตี 4 พอดี เนื้อแว้บเข้ามาในหัวก็เขียนเป็นเพลงนี้ออกมาครับ”

เรื่องความรักกับแฟนนอกวงการมีคนเอาภาพไปลงโซเชียลเปิดเผยเยอะเหมือนกัน?

“ผมโอเคนะ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องต้องปกปิดอะไร เรารู้จักกันตั้งแต่ ป.2 คุยกันได้จนถึงตอนนี้เพราะเรามีแนวคิดไปในทางเดียว กัน ผมไม่ใช่คนหวานอะไร ตามเทศกาลก็มีบ้าง แต่ทุกวันนี้ก็โอเคเหมือนเดิม”

อยากบอกอะไรถึงคนที่ติดตามเรามาตลอดบ้าง?
“ผมขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ต เพลงที่ทำไปเปลี่ยนความคิดผม ผมอยากทำเพลงให้มีค่ากับคนที่ติดต่อกันมาตลอดด้วย เป็นความสุขอีกแบบที่ไม่คิดว่าจะได้รับมาก่อน ขอบคุณทุกคนนะครับ ติดตามฟังและชมมิวสิกวิดีโอได้ที่ Youtube : Whattheduck และติดตามข่าวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของผมได้ที่ FB : Whattheduckmusic และ thisisthetoys ได้ครับ”

จากการพูดคุยกับ “เดอะ ทอยส์” ในวันนี้เราได้เห็นมุมมอง ความคิด ในการทำงานที่มาจากความชอบและมุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางดนตรีได้เป็นอย่างดี ฝากทุกท่านติดตามผลงานของเดอะ ทอยส์ ในโอกาสต่อไปกันด้วยนะคะ.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์