สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา แนวทางสร้างเสริมสุขภาพโลก

“การมีสุขภาพที่ดี มีปัจจัยมากกว่าสุขภาพร่างกายและการดูแลรักษาทางด้านการแพทย์” ถ้อยคำนี่จาก ศ.นพ.เซอร์ ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต ผู้อำนวยการสถาบันความเป็นธรรมด้านสุขภาพ และอาจารย์ภาควิชาระบาดวิทยาและสาธารณสุข ยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน มหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร และนายกแพทยสมาคมโรค หนึ่งในผู้เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 24 ประจำปี 2558 สาขาด้านสาธารณสุข

ศ.นพ.มาร์มอต เป็นนักระบาดวิทยาเชิงสังคมที่มีผลงานวิชาการมายาวนานกว่า 35 ปี และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก โดยเฉพาะประเด็นการสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพ ที่มีมุมมองกว้างไกล การทำงานด้านสุขภาพให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่ยังรวมไปถึงปัจจัยทางสังคมต่างๆ ที่ต้องโยงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
คำถามคือ ขอบเขต “การสร้างเสริมสุขภาพ” ควรเป็นเช่นไร เพราะในความเป็นจริง ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ สามารถโยงเข้ามาเป็นเรื่องของสุขภาพและสุขภาวะได้ทั้งหมด
ศ.นพ.มาร์มอต กล่าวถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ว่า มีสาเหตุจากปัจจัยเชิงสังคมที่มีความแตกต่างทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เช่น ปัจจัยด้านเชื้อชาติ ระดับการศึกษา วัฒนธรรม เศรษฐานะ สภาพแวดล้อม ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ประชาชนมีความแตกต่างกันในอายุขัยเฉลี่ย อัตราการตาย สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา แนวทางสร้างเสริมสุขภาพโลก thaihealthการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น ประชาชนที่มีระดับการศึกษาสูง หรืออาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายสูงจะมีอายุขัยเฉลี่ยที่สูงกว่าอธิบายว่า
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพต้องอาศัยปัจจัยทางสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health) ซึ่งเป็นการประเมินปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมพัฒนาศักยภาพของคนอย่างยั่งยืน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา รวมถึงคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน อาชีพ และรายได้ เพราะปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพอย่างชัดเจน
ศ.นพ.มาร์มอต ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพด้วยปัจจัยทางสังคมไว้ 6 ด้าน คือ 1.เด็กทุกคนที่เกิดมาต้องมีต้นทุนชีวิตที่ดี 2.เด็กทุกคน วัยหนุ่มสาว และผู้ใหญ่สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน ซึ่งไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องการศึกษาเท่านั้น 3.ทุกคนควรได้รับการว่าจ้างทำงานที่ดี 4.ทุกคนต้องมีมาตรฐานการดำรงชีวิตที่ดี 5.ชุมชนต้องมีพื้นที่เพื่อชีวิตที่มีคุณภาพ หรือสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่ดี เข้าสู่วัยชราอย่างมีคุณภาพ และ 6.ส่งเสริมระบบกิจกรรมป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพ
การมีสุขภาพที่ดี มีปัจจัยมากกว่าความเจ็บป่วยทางร่างกายและการรักษาทางด้านการแพทย์ แต่ต้องเข้าไปจัดการกับปัจจัยแวดล้อมในสังคมอื่นๆ เช่น การศึกษา การปรับปรุงสิ่งแวดล้อม การสร้างสวัสดิการสังคม และการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน ซึ่งการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพ จำเป็นต้องทำงานแบบบูรณาการกับหลายภาคส่วน (cross-sectoral) เช่น ภาครัฐ ภาคสังคม ภาคเอกชน และสถาบันศึกษาและวิชาการ รวมถึงการบูรณาการด้านนโยบายและการทำงานข้ามหน่วยงาน ได้แก่ หลักประกันด้านการศึกษา หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการคุ้มครองและสวัสดิการทางสังคม
แนวทางนี้เริ่มใช้ในอังกฤษ ก่อนที่จะขยายไปทั่วยุโรป รวมถึงองค์การอนามัยโลกได้แนวแนวคิดนี้ไปวางแผนกลยุทธ์เป็นนโยบายสาธารณะ ซึ่งมีผลต่อแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทยในช่วง 10 กว่าปีหลัง ได้ยึดแนวทางนี้มาใช้ในทางสาธารณสุขของไทยด้วย เห็นได้จากยุทธศาสตร์และแนวทางการทำงานขององค์กรสร้างเสริมสุขภาพ อย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มองปัจจัยเรื่องการทำงานสร้างเสริมสุขภาพต้องครอบคลุมทุกมิติทั้ง กาย ใจ ปัญญา และสังคม เพื่อสร้างสังคมสุขภาวะให้เกิดขึ้นในประเทศไทย
“ผมมีความชื่นชมประเทศไทยในเรื่องการรณรงค์ลดเหล้า ลดบุหรี่ ซึ่งทำได้ดี แต่สิ่งสำคัญในระยะยาวคือ การให้การศึกษาเพื่อให้มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อตนเอง ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ การให้หยุดสูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้าต้องไปหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ต้องหาสาเหตุว่าทำไมถึงชอบสูบ ชอบดื่มเพื่อนำมาวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ศ.นพ.มาร์มอต
จากแนวทางของ ศ.นพ.มาร์มอต จะเห็นได้ว่าแผนการดำเนินงานของ สสส. ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะนอกจากการดำเนินงานเรื่องการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ การลดอุบัติเหตุ และการเพิ่มกิจกรรมทางกายแล้ว ยังสร้างเสริมสุขภาพผ่านปัจจัยทางสังคมต่างๆ ด้วย ทั้งเรื่องการบริโภคอาหาร การสร้างพลังการคุ้มครองผู้บริโภค การเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อการมีสุขภาพที่ดี การศึกษา การสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่กลุ่มคนด้อยโอกาส โดยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ และชุมชน ทำให้เกิดการขับเคลื่อนระบบสุขภาวะแบบองค์รวมคอรบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของไทย ผ่านแนวคิดสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาคือ การขับเคลื่อนด้านความรู้และวิชาการ ด้านนโยบาย และด้านภาคประชาสังคมและชุมชน
หากประเทศต่างๆ ร่วมทั้งประเทศไทย นำหลักแนวคิด “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” ไปพัฒนาต่ออย่างเป็นระบบ จะนำไปสู่การมีชีวิตและสังคมที่ดีของประชาชนอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สสส.